เป็นงานใหญ่ระดับประเทศ และยังถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการวางรากฐานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของประเทศไทยให้มีความต่อเนื่อง ชัดเจน และเป็นที่จดจำบนปฏิทินอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกจริงๆ สำหรับงาน “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 (Bangkok International Film Festival 2026: BKKIFF 2026) โดยการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ล่าสุด “คุณ ดรสะรณ โกวิทวณิชชา” Festival Director, Bangkok International Film Festival 2026 ได้เปิดเผยถึงกิจกรรมสำคัญต่างๆของงาน พร้อมทั้งอัพเดทกิจกรรมไฮไลท์ที่น่าสนใจของการจัดงานในครั้งนี้
“และอีกหนึ่งไฮไลท์ของ BKKIFF 2026 คือรางวัลที่จะมอบให้กับผู้สร้างภาพยนตร์ยาวที่เข้าร่วมฉายในเทศกาล มีหลากหลายรางวัลซึ่งตัดสินด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในระดับนานาชาติ โดยรางวัลของเทศกาลมุ่งเน้นในการส่งเสริมคนทำหนังหน้าใหม่ หรือ อาจเป็นคนทำหนังหน้าเก่าที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จัก นอกจากจะเป็นกำลังใจให้คนทำหนังที่ได้รับรางวัลแล้ว ก็จะเป็นการช่วยส่งเสริมให้คนทำหนังที่ได้รับรางวัลเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เท่านั้นยังไม่พองานนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้สร้างภาพยนตร์ส่งผลงานเข้าประกวด ให้คนทำหนังรุ่นใหม่ส่งผลงานเข้ามาประกวดด้วย ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยผลักดันคนทำหนังรุ่นใหม่ ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับหนังยาวในอนาคต”
“ในสาย Multicolor เรานำเสนอภาพยนตร์เรื่อง Fjord ที่คว้ารางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งล่าสุด, Fatherland และ The Black Ball ผลงานภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมที่คานส์ , All of a Sudden ผลงานการกำกับเรื่องล่าสุดของ ริวสุเกะ ฮามางุจิ ที่ทำให้ เวอร์จินี เอฟิร่า และ ทาโอะ โอคาโมโตะ คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากคานส์”
“ในสาย New Voices ซึ่งเป็นการประกวดสำหรับผู้กำกับภาพยนตร์เอเชียที่มีผลงานเรื่องแรก เรื่องที่สอง หรือ เรื่องที่สาม ปีนี้เราได้คัดเลือกหนังไทยสองเรื่องเข้าประกวด ซึ่งคือ First Cut are the Deepest สารคดีผลงานการกำกับของ ผศ. ดร. โสภาวรรณ บุญนิมิตร และ ดร. พีรชัย เกิดสินธุ์, Someone Special ผลงานการกำกับของสองผู้กำกับหน้าใหม่ เปตอง ศกุณต์ไชย และ Ariel Feng เทศกาลมีสายสำหรับหนังสยองขวัญอย่าง Bangkok Midnight ปีนี้ ได้นำเสนอผลงานการกำกับชิ้นล่าสุดของแดนนี่ และ ออกไซด์ แปง อย่าง The Mage ที่อำนวยการสร้างและนำแสดงโดย โจซี่ โฮ, Sleep No More ที่ เอ็ดวิน ผู้กำกับมือรางวัลของอินโดนีเซียพลิกมาทำหนังสยองขวัญ”
“คุณ ดรสะรณ โกวิทวณิชชา” ยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า “เราหวังว่าจะผลักดันอุตสาหกรรมหนังไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นและเติบโตไปทั่วโลก เราหวังว่าผู้ชม รวมถึงคนทำหนังทั้งไทยและต่างประเทศ เราหวังให้เทศกาลแห่งนี้ เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างคนทำหนังในไทยกับคนทำหนังในระดับนานาชาติ มาแล้ว นอกจากจะได้ชมภาพยนตร์แล้ว ก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่จะช่วยสร้างเครือข่ายให้คนในวงการภาพยนตร์ไทย ได้ร่วมงานกับคนในวงการภาพยนตร์จากนานาชาติ”